การทำอาหาร สิ่งเล็กน้อย และชีวิตช้าๆ

           ผมได้เข้าสู่โลกของการทำอาหารมาได้เกือบเดือนแล้วหลังจากได้ค้นพบตำราอาหารน่าอ่านเล่มหนึ่งที่คนเขียนอ้างว่าเป็นตำราทำอาหารสำหรับคนที่ไม่เคยทำอาหาร

          ผลคือหลังจากทำมาสี่-ห้าเมนู ก็ยังไม่ได้มีเมนูไหนที่ใกล้เคียงกับความอร่อยเลย

          ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบของการทำอาหารจากตำราคือ เราไม่มีทางรู้ว่ารสชาติอาหารที่ควรจะเป็น เป็นเช่นไร ถ้าหากทำอาหารที่ไม่เคยกิน ทำมาแล้วรสชาติหมาไม่แดก ก็จะเกิดความไม่แน่ใจว่า อ๋อไอ้เมนูนี้รสชาติมันคงส้นตีนแบบนี้แหละ ฝรั่งแม่งกินกันอย่างนี้ หรือว่าจริงๆแล้วกูทำอาหารกากเอง

         การทำอาหารเป็น ทักษะ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเกิดจากการฝึกฝน อย่างต่อเนื่องจนเกิดความชำนาญจึงไม่น่าจะมีตำราอาหารเล่มใดที่ทำให้คนที่ทำอาหารไม่เป็นทำอาหารให้อร่อยได้ในพริบตา ก็เหมือนกับถ้าวันนึงผมต้องไปเขียนวิธีการฉี่ให้กับผู้หญิงที่สลับร่างไปอยู่ในร่างผู้ชาย ผมก็คงไม่สามารถทำให้เธอคนนี้ฉี่ครั้งแรกโดยไม่เปรอะได้อยู่ดี จะต้องยืนกางขาเท่าไหน กี่องศา ใช้มือข้างไหนจับ ยืนอย่างไรให้ฉี่ได้สะดวกและคนข้างๆมองไม่เห็นของๆเรา(สำหรับคนขี้อาย) เรื่องทั้งหมดเกิดจากการเรียนรู้เอง และต่างคนก็มีวิธีที่ไม่เหมือนกัน

       ตอนนี้ผมยังห่างไกลจากการทำอาหารที่อร่อยอยู่มาก แต่ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างภายในเวลาสั้นๆนี้ ผมเรียนรู้ความแตกต่างของน้ำมันพืชสองชนิด รู้ว่าจะหาวัตถุดิบราคาถูกได้ที่ไหน รู้จักการจับเครื่องเทศสองอย่างมาอยู่ในอาหารเดียวกัน รู้วิธีการจับมีดที่ถูกต้อง รู้วิธีเปิดขวดไวน์เวลาที่ไม่มีที่เปิด น่าสังเกตว่าทักษะที่ผมเรียนรู้เป็นสิ่งที่ ถ้าผมไม่สนใจทำอาหารก็ไม่มีทางเรียนรู้อะไรพวกนี้เลย

       ผมเรียกทักษะพวกนี้ว่า ทักษะในการสังเกตสิ่งเล็กน้อย การทำอาหารเป็นเรื่องของทักษะเล็กน้อยหลายอย่างผสมรวมกัน

      หรืออันที่จริงทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ก็เป็นเรื่องของสิ่งเล็กน้อยผสมรวมกัน

      หรือจริงๆแล้วก็ไม่มีสิ่งเล็กน้อยหรอก มีแต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญกับไม่ให้ความสำคัญ

       การดูแลคนที่เรารักตราบใดที่เราให้ความสำคัญกับเค้าก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากอะไร เพราะตัวเค้าคนนั้นก็จะไม่เหลือสิ่งเล็กน้อยให้มองข้ามอีกเลย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้กลายเป็นสิ่งสำคัญไปแล้ว

 

    พอกินกาแฟ แล้วก็รู้สึกอยากใช้ชีวิตช้าๆ หลายครั้งที่สังเกตว่าตัวเองเดินเร็ว พอลองเดินช้าลงก็พบว่าตัวเองรู้สึกแปลก โลกทุกวันนี้ทำให้จังหวะชีวิตเปลี่ยนไปมากจริงๆ

รูปถ่าย

“รูปถ่ายเราจะออกมาสวยและเป็นธรรมชาติ ถ้าคนที่เรารักเป็นคนถ่ายให้”

จริงหรือเปล่านะ

ผมขอเรียกคุณว่า Pete

ชลบุรี กรุงเทพ ค่ายกลาง ลาว บ้านเก่า บ้านใหม่ ทะเล บ้านเพื่อน โคราช
ผมเจอคุณมาหมดแล้ว เอาจริงๆผมแม่งกลัวคุณเหี้ยๆเลยครับตัวให้มีคนมาบอกผมว่าคุณเป็นสัตว์ที่เป็นมิตรที่สุดในโลก กินแต่ผัก(ซึ่งไม่จริง) ผมก็ยังกลัวคุณอยู่ดี

คุณควรจะสูญพันธุ์ไปพร้อมกับไดโนเสาร์นะครับ แต่ก็นั่นแหละครับ คุณทำให้ผมแปลกใจได้เสมอ

ครั้งแรกก็ที่บ้าน จริงอยู่ที่คุณมักจะมาวางตัวพาดบนผนังห้องน้ำไกลๆ แต่ผมก็ยังต้องอาบน้ำไปก้มหน้าไปอยู่ดี ซึ่งนั่นก็ยังพอรับได้ครับ

แต่คุณไม่ควรจะมาเกาะกระจกหน้าต่างนะครับ โดยเฉพาะด้านในบ้าน มันไม่เหมาะ แต่ก็นั่นแหละ Pete คุณทำให้ผมแปลกใจได้เสมอ

แต่คุณก็ไม่ควรจะไปซุกตัวอยู่ในกล่องไปรษณีย์นะ Pete ถึงแม้ผมจะไม่ได้เจอคุณเองแต่คุณก็ทำให้ผมไม่ไว้ใจกล่องไปรษณีย์อีกเลย ทั้งๆที่กล่องไปรษณีย์ไม่ได้ผิด แต่ก็นั่นแหละ Pete คุณทำให้ผมแปลกใจได้เสมอ

แต่คุณก็ไม่ควรจะไปอยู่ในโถส้วมนะพีท ถึงแม้จะเป็นแม่ผมที่เจอคุณ แต่ถ้าเป็นผมละ ผมอาจตายก็ได้นะ แต่ก็นั่นแหละ Pete คุณทำให้ผมแปลกใจได้เสมอ

แต่คุณก็ไม่ควรจะไปติดกับดักหนูนะพีท มันเอาไว้ดักหนู และมันก็ทำให้ความกลัวคุณของผมมากขึ้นไปอีก เพราะคุณแม่งลงมาเดินบนพื้นด้วย แต่ก็นั่นแหละ Pete คุณทำให้ผมแปลกใจได้เสมอ

แต่คุณก็ไม่ควรจะตกลงมาจากที่ๆคุณเกาะนะพีท ถึงแม้ผมจะไม่เคยเจอ แต่ลุงคนนึงเค้าเล่าให้ผมฟังว่าคุณชอบตกลงมา ถ้าคุณจะตกลงมาก็ฆ่าตัวตายแล้วเกิดใหม่ดีกว่านะ แต่ก็นั่นแหละ Pete คุณทำให้ผมแปลกใจได้เสมอ

ผมไม่อยากจะเขียนอะไรเกี่ยวกับคุณอีกแล้ว Pete ผมไปทะเลแทนที่จะมีความสุขกับกุ้งกอยปูปลาผมยังเจอคุณอยู่บนเพดาน จะไม่ไห้ผมคิดได้ยังไงล่ะ ว่าทุกๆที่ที่มเจอสิ่งที่คล้ายกับคุณก็คือคุณ นั่นเอง Pete คุณตามผมมาตลอดใช่มั๊ย ผมว่าคุณเลิกได้แล้ว เราไม่ทางเข้ากันได้หรอก

คุณมันตัวลายเกินไป และผมไม่ชอบสัตว์มีหาง

ผมไม่ชอบ Surprise ถึงแม้ผมจะชอบทำ Surprise ก็ตาม

(โครงการเขียนแม่งทุกวัน, โครงการ i myself is art so my writing  is also art)