จิ้งหรีด

    โดยปกติแล้วเวลาเราอยู่ในที่สาธารณะเราจะทำตัวให้เป็นจุดสนใจน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

     โดยปกติแล้ว เราไม่ทำอาหารกินเอง และเราไม่กินจิ้งหรีดเป็นอาหาร

      เวลาบ่ายสองของเมื่อวาน เราเรียกแท็กซี่ไปเอกมัย เรากับแท็กซี่ไม่มีใครพูดอะไรกัน แต่เรามั่นใจว่า แท็กซี่ได้ยินเสียงจิ้งหรีดที่อยู่ในกระเป๋าเรา

       เราไปตามหาจิ้งหรีดที่จตุจักรเพราะจำได้ว่าเคยเจอตอนไปหาซื้ออาหารปลาซึ่งร้านนั้นหาไม่ยากเลย เพราะจิ้งหรีดแม่งร้องเสียงดังมาก เราคิดทันทีว่าแม่งไม่เวิร์ก กับการที่จะเดินไปไหนแล้วมีเสียงจิ้งหรีดตามไปด้วย เลยตัดสินใจว่าจะไปหาซื้อ ต้นไม้ก่อน แต่เราหาต้นไม้ไม่เจอเลยกลับมาซื้อ จิ้งหรีด

หนึ่งถุง 20 บาทมีประมาณ 50 ตัว เดินออกนอกร้านจิ้งหรีดไม่ส่งเสียง เราโล่งใจมาก เข้าใจว่าอยู่ในร้านจิ้งหรีดมันเยอะ เสียงเลยดัง พอมีแค่ห้าสิบตัว เสียงเลยไม่ดัง เราสบายใจ เลยเลือกกลับด้วยรถไฟฟ้า

       เราเสียบบัตร เดินเข้าประตู นั่ง และพาคนในขบวนเดียวกับเราเข้าสู่ ป่า

      ห่าเอ๊ย!!!

       การทำตัวให้เล็กที่สุดล้มเหลว

       จิ้งหรีดร้องบนBTS ตามด้วย Taxi

       จริงๆเราอาจคิดมากไปเองว่าคนจะสนใจ แต่เอาจริงๆก็ไม่มีใครเค้าพกจิ้งหรีดกัน ใน BTS ก็ไม่ได้ห้ามเอาจิ้งหรีดขึ้นรถ

       เราตัดสินใจว่าเราจะไม่อยู่ในสภาวะกดดันอีกบนรถกลับชลบุรี เราเดินพร้อมของพะรุงพะรังไปบอกคนรถว่าขอเก็บของใต้รถ คนรถมองเราหางคิ้วจรด ย่ามที่เราถือมาพร้อมกล่าวว่า “ของแค่นี้เอาไปใส่ที่ช่องบนเหนือหัวได้”

      เราพยายามแล้ว

      เราขึ้นรถ วางของ เสียบหูฟังเข้ากับไอโฟน 5 สีดำ เปิดเพลงกรอกหูดังกว่าปกติ พลางคิดในใจ

       “พวกมึงฟังเสียงจิ้งหรีดไปละกัน กูจะฟังเพลง!.

Advertisements